วันพุธที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

จุททสมคาถา(ปโชตา) คาถาที่ใช้สวดคู่กับชินบัญชร

คำแปล
พระคาถาปโชตา(สังวาลย์เพชรพระพุทธเจ้า)
ของพระเจ้าติโลกราช ล้านนา

๑.ชื่อ อทฺธราม ปถมคาถา
ปโชตา ธมฺมภา โหตุ โชติวโร สตาวโห
ตาวริ โย สุวตาภา ธโร โยโค จ สุ สมฺมา

สังฆราชาพระสิงกุกาม มหานันทารามะชาวใต้ ทือ(ครอบครอง) 
ค้ำชู ยส สรี สัมปัตติข้าวของแล ฯ

๒.ชื่อ สพฺพโตภทฺร ทุติยคาถา
โภโนชิโย โยชิโนโภ โนปาตุโส โสตุปาโน
ชิตุโนม มโนตุชิ โยโสนภิ ภิมโสโย

มหาพูกาม มหาสีเกียร ทือ 
ค้ำชู ยส สรี สัมปัตติข้าวของดั่งปฐมะคาถาแล ฯ

๓.ชื่อ อฏฺฐกฺขจกฺก ตติยคาถา
นมามิตํ นรวรํ นเยหิส นรามรํ
เนตฺวา มตํ ปรติรํ นิพฺพุตฺโต สพฺภิโย ปรํ

มหาธัมมสาเจติยะทือแล 
ห้ามอุปัทวะอนตรายทั้งมวลแล ฯ

๔.ชื่อ ราสีจกฺก จตฺตุตฺถคาถา
โนธิ โร มุนิโน มโน โนมโน ทมโน ธิโน
โนธิ โนตฺถํ คมาโน โนโตมาโร ธิโน อูโน

ห้ามอุปัทวะ ดั่งตติยคาถาแล ฯ

๕.ชื่อ ปทุมฏล ปญฺจมคาถา
กรุณาธิ กจิตฺตตฺโถ กตาตฺโถ สกธมฺมโท
กตนเม กพุทฺธสฺส กตญฺชุลึ(ลิง) กโรมิหํ

มหาราชครูป่าแดงแปลงหื้อแสนขนานกอมทือ พระญาแก้วทือ 
เปนที่รักจำเริญใจแก่ฅนแลเทวตาทั้งหลาย แลจำเริญด้วยข้าวของสัมปัตติทั้งมวลแล ฯ

๖.ชื่อ จตุกฺก ฉฏฺฐมคาถา
มโนชิโต มโตชิโน มโนภิโต มโตภิโน
มโน ธิโร มโรธิโน มโรตฺตโน มโนตฺตโร

ราชโมลีหมื่นทือ แล ท้าวมหาพรหมทือ ไว้ในเวียงกุมกามค็วุฑฒิด้วยเข้าของมากนัก 
ชนะข้าเสิ้กสัตรู ฅนอันมีใจคดเลี้ยวทั้งมวลแล ฯ

๗.ชื่อ โคมูตฺตวลี สตฺตมคาถา
นมามิ นาถํ วรทํ วราทํ อโนมเกหาภินตํ ภวคฺคํ
กุมารนาสํ วราทํ นรานํ อกามเทหาภินตํ ภชฺชนนฺติ

มหาสัทธะโพธิแสนกัง มหาสิริมํคลเจติยะทือ แล มหาแสนตมกิวัดมหาเจติยะหลวง 
เพื่อประจญแพ้(ชนะ)แก่ฅนทั้งหลาย ผู้มีใจคดเลี้ยว มายาสาไถย บ่ซื่อแก่เราแล ฯ

๘.ชื่อ สกฺขบุพฺพ อฏฺฐมคาถา
โย โพธิปตฺเต วรโท นรานํ เทวาติเทโวภิตมารนาโส
โยคาธิมุตฺโต สรโส มรานํ โอวาทเทตํ ภินมามินาถํ

มหาสังฆราชาวัดปราสาททือ มหาญาณกุฏีฅำทือ สวาด ธิยายมีเตชะมากนัก 
ปราบแพ้(ชนะ)แก่ฅนทั้งหลายผู้มีใจคดเลี้ยว มายาสาไถย บ่ซื่อแก่เราแล ฯ

๙.ชื่อ นวมคาถา สรีขคฺคเชยฺย
โย เทติเทวเทโวคฺคํ มคฺคํ โนคฺคํผลํตโต
นมามิตํ รหมคฺคํ โนโสปาเลตฺวาปายโต

สังฆราชาหมื่นพล้าว สังฆราชาเชียงหมั้นทือ ลง ดาบสรีกัญไชย 
เพื่อประจญข้าเสิ้กสัตรูทังมวลแล ฯ

๑๐.ชื่อ อนฺตยมก ทสมคาถา
นมามิพุธฺธํ ตมหํธิโย ธิโย นมามิธมฺมํ ตมหํชิโย ชิโย
นมามิสงฺฆํ ตมหํริโย ริโย นมามิติคฺคํ ตมหํ ภิยฺโย ภิยฺโย
สรีเชยฺยโตมมํคล

สังฆราชาพระสิงหื้อขนานกอมทือแล 
มหาขนานอาดใต้สังฆราชาหื้อแก่ขนานกอมทือ มันธารุราชทือ ไว้ 
ค้ำชูสรีเตชะหื้อรุ่งเรือง ไพสงครามค็จักชนะข้าเสิ้กสัตรูแล ฯ

๑๑.ชื่อ วํสฐานจกฺก เอกาทสมคาถา
นมามิตํ โย วินายสฺส นายเก นรามเรหิ ภินโต วินายโก
ชิโนริเชยฺโย วิมโล วิโมจโก ปชฺชามพุเชติ พุทฺโธ ปโพธโก

มหาแสนทอง ปุพพารามทือ หื้อข้าเสิ้ก สัตรูมีใจหลิ่งน้อมแล ฯ

๑๒.ชื่อ นาคปาส ทวฺาทสมคาถา
มุนิ โน วทนาภาย ปโพเธตุ ปชฺชาปชฺชํ
มุนิโน วทนาภาย ปโพเธตุ ปชฺชาปชฺชํ

มหาสัทธัมมทัสสีฝ่ายเรา(ป่าแดง)ทือแล รักษา 
เข้าของสัมปัตติบ่หื้อข้าเสิ้กสัตรูครุบชิงเอาได้ยแล ฯ

๑๓.ชื่อ สรีธชวิชวฑฺฒน เตรสมคาถา
สิริกิรณ กิรโฐ ภาสปาททฺวอคฺคํ สิริกิรณภิมานํ มารมนฺตํ วิธิสตํ
สิริกิรณนิเกตํ เกตุเมกญฺจ ติโลเก สิริกิรณกรคฺคํ โลกนาถํ นมามิหํ

มหาปุสสเทพพหมื่นสารทือแล วุฒินัก พระญาหลวงแสนตะยาย(เมือง)หังสาทือ ดีนักแล 
เปนที่รักจำเริญใจ แก่ฅนทั้งหลาย แลชนะข้าเสิ้กสัตรู จำเริญด้วย เตชะ ยส ข้าวของสัมปัตติทังมวลแล ฯ

๑๔.ชื่อ สรีวิเชฺชยฺยอาวุทฺธ จุทฺทสมคาถา มหาปุสสเทพพฝ่ายเราทือแล
ติโลกมคฺคาหนโก มตํ นเย สวาสนํ โย ห มลํ ปธํสยิ
ติ โลกมคฺคา หนโกมตํ นเย ปเคว นิพฺพานปุรํ ปเวสิเย

หื้อลงใส่ดาบ เถี่ยนอันเปนมังคละ คุณดั่งเตรสมคาถาแล/เปต ยมกวํสฐาคาถา 
บทนี้ มีคุณูปการมากนักแล

อ้างอิง
โพสต์โดย คุณkengjingjung
http://board.palungjit.com/f17/คาถาที่ใช้สวดคู่กับชินบัญชร-จุททสมคาถา-ปโชตา-320349.html#post5536049
ขอบคุณภาพจาก http://www.uppicweb.com/

บท ๑,๒         ทำให้คนอ่อนน้อมต่อเรา ศัตรูทำอันตรายไม่ได้ ครับ
บท ๓, ๔        กันทุกข์ โศก โรค ภัย
บท ๕             เทวดารักษา
บท ๖             คนใดที่คิดร้ายจักมีอันเป็นไป
บท ๗,๘         มีเชื่อเสียง โด่ด ดัง รวมทั้ว ยศ ฐา บรรดาศักดิ์
บท ๙,๑o        กันคุณไส
บท ๑๑           เด่นด้านโชคลาภ       
บท ๑๒           อำนาจ รักษาทรัพย์
บท ๑๓           มีคนนำลาภ และ เครื่องบรรนาการมาให้จักมิขาด
บท ๑๔          ชนะ ศัตรู หมู่มาร ทั้ง สิบ ทิศ

     นี่คือ อุปเท่ ของพระคาถาปโชตา ทั้งสิบสี่บท ที่ผมพอได้ทราบมาครับ     

     คือ ว่าไปเจอพอดีจากหนังสือเล่มหนึ่ง เขาบอกว่า 
     คาถานี้เกิดในเมืองลังกาวี  แล้วพระมหาชัยมงคลเถรเจ้าไปไหว้พระทันตธาตุที่เมืองลังกา เลยขอนำมาถวายแกสมเด็จพระพรหมไตรโลกเจ้า ท่านก็ทรงสวดอยู่เป็นนิดทำให้พระยศพระเกียนติปรากฎไปทั่วต่างประเทศ

     โดยพระคาถาทั้ง ๑๔ บทนี้ชื่อ จุทัสสะคาถา และเมื่อถึงกาลดับขันธ์ก็จะได้ผ่านสวรรค์ ภพภูมิต่างใด หากได้กลับมาเกิดก็จะได้เป็นใหญ่กว่าบุคคลทั้งปวง

     และพระเจ้าตากสินมหาราชได้เรียนและใช้สวดพระคาถาทั้งสิบสี่บทนี้ด้วย โดยพระองค์ท่านได้ทรงจารึกพระตำหรับนี้ไว้เป็นพระตำหรับข้างที่ประจำพระองค์ ด้วยลายพระราชหัตถ์ของพระองคท่านเอง ด้วยครับ

จุททะสะคาถา (แปล)

๑. ขอรัศมีแห่งพระสัทธรรมอันรุ่งเรืองจงบังเกิด ตราบเท่าที่อริยธรรม ยังรุ่งเรืองส่องสว่าง นำมาซึ่งภาวะแห่งสัตบุรุษ เป็นที่รองรับแห่ง สัมมาปฏิบัติ (หรือเป็นที่ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรืองคือสัมมาปฏิบัติ) และ เป็นธรรมที่ปราศจากโยคะ โดยราบคาบฯ

(อีกนัยหนึ่ง) ขอรัศมีแห่งพระสัทธรรม จงรุ่งเรือง ขอพระอริยเจ้า ผู้ประเสริฐด้วยความรุ่งเรืองนำภาวะคือความยินดีมาให้ มีพรต งดงาม (หรือมีวัตรปฏิบัติงดงาม) ทรงไว้ซึ่งความรุ่งเรืองและมี ความเพียรโดยชอบ จงรุ่งเรือง ประดุจดังรัศมีแห่งพระสัทธรรมนั้นฯ

๒. ดูกรชาวเรา พระชินเจ้าของพวกเรา ผู้อันข้าศึก [คือกิเลส] ไม่อาจ ผจญได้ ทรงมีพระสัทธรรมรัศมี ทรงยังมวลสาวกให้ดูดดื่มรส พระสัทธรรม โปรดจงทรงรักษาปวงข้าพระองค์ด้วยเถิด พระองค์ทรง มีพระรัศมีอันเย็นฉ่ำ มีพระคติคือทางไปปราศจากความหวาดหวั่น ครั่นคร้าม ทรงผจญเสียซึ่งไฟ [คือราคาทิกิเลส] ด้วยพระทัยอันอุดม ขอจงทรงชนะด้วยเถิดฯ

๓. ขอน้อมไหว้พระองค์ผู้ทรงประเสริฐกว่านรชน ทรงนำประชาสัตว์ ทั้ งมนุ ษย์และเทวดาไปสู่ฟากฝั่งโน้นคื ออมตะนิ พพาน ด้วยวิ ธี แนะนำของสัตบุรุษ เสด็จปรินิพพานแล้วฯ

๔. พระทัยที่ประกอบด้วยปรีชาญาณ แห่งพระมุนีผู้ทรงปรีชาญาณของ พวกเรา สามารถที่จะสั่งสอนใจปวงข้าพระองค์ได้ เพราะเหตุที่สั่งสอน ใจได้นั้น อวิชชาโมหะก็ได้ดับเสียแล้ว มารผู้ต่ำช้าก็มิได้เป็นข้าศึกแก่ พระองค์

๕. พระองค์ทรงตั้งพระทัยอันยิ่งด้วยพระกรุณาไว้ ทรงบำเพ็ญประโยชน์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น